Diary

2006/Apr/10

เหอะๆ ยังคงดองอยู่ สำหรับ Last Time ขอให้ทุกท่านรอคอยด้วยความหวังต่อไป (เขียนไว้แล้วล่ะ แต่ไม่เสร็จ แบบว่าครึ่งๆกลางๆ)

เอาล่ะ เล่าเรื่องตัวเองขัดตาทัพไว้ก่อนแล้วกัน ^^'


พอสงกรานต์ทีไร ผมก็นึกถึงคนๆนึงทุกที เป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆที่ผมได้คบกับเค้า แต่ก็ไม่รู้ทำไม ทำให้ผมนึกถึงเค้าได้ทุกทีสิ่น่า ถ้ากลับมาคบกันได้อีก ผมก็คงทำ (จำเบอร์เค้าไม่ได้ซะแล้ว แต่จำได้ว่าบ้านอยู่ไหน จะบุกไปหาก็กะไรอยู่)

วันนั้นเป็นวันที่ 12 เมษา (ปีไรไม่บอกหรอก แฮ่) ผมกับเพื่อนที่มหา'ลัยก็เลยนัดกันไป ICQ (มันยังอยู่ป่าววะ ไม่ได้ไปนานแล้ว) ออกล่าเหยื่อตามปรกติ ผมพึ่งเลิกกับแฟนมาได้พักนึง (เลิกเพราะเค้าเป็นอิสลาม -*- กลัวว่าถ้าคนอื่นๆในสังคมเค้ารู้ มันคงไม่ดีอย่างแรง) ก็เลยไปแบบกะว่า หาคนกลับไปนอนด้วย เพราะที่บ้านไม่มีใครอยู่ ไปเที่ยวกันหมด (ทำแบบนั้นจริงๆ เหอะๆ บางคนไม่ได้ถามชื่อด้วยซ้ำ หรือถาม แต่ไม่จำก็มี เพราะตอนเช้าก็จะไม่เจอหน้ากันแล้ว) วันนั้น ICQ คนเยอะสัดๆ ไม่รู้กะเทยแห่มาจากไหนกันมากมาย มายืนดิ้นเบียดๆกันเต็ม ICQ พวกผมเลยต้องขึ้นไปเกาะบนชั้น 2 (ตอนนั้นพึ่งทำใหม่ๆเลยนะชั้นลอยของ ICQ)

อย่างที่รู้ๆกันว่าผับจะเปิดไฟ UV ทำให้คนที่ใส่ชุดสีขาว หรือมีสีขาว (หรืออะไรก็ตามที่สะท้อนแสง) จะดูเด่นมาก และแล้ว สายตาผมก็ไปสะดุดที่โต๊ะข้างๆ หนุ่มน้อย (ที่อายุมากกว่าผมหน่อยนึง) เสื้อขาว ผิวเข้ม หน้าคม ตาโต มีเครานิดๆ ทำให้ผมละสายตาไม่ได้ (ก็แบบเนี๊ย สเป็กเลย)

เอาวะ จะทำไงดีเนี่ย จะทักไงดีวะ คนนี้ล่ะใช่เลย แต่จะเข้าไปคุยก่อนก็เสียฟอร์ม ทำไงดีนะ ว่าแล้วก็หันไปมองเพื่อนฝูงที่พกปืนฉีดน้ำอันเล็กๆสีแดงสด (ตอแห*มาก) แล้วก็ปิ๊งไอเดีย นี่แหละใช่เลย ผมคว้าปืนฉีดน้ำจากมือเพื่อน แล้วก็เล็งไปทางเป้าหมาย แล้วระดมยิงอยู่พักใหญ่ (ประมาณว่า กูสนใจมึงนะ ช่วยเดินมาคุยกะกูหน่อย แต่กูอาย ไม่กล้าเดินเข้าไปหา) จนในที่สุด เป้าหมายก็เข้าใจ (รึเปล่า??) เดินตรงมาที่ผมแล้วกระซิบที่หูผมว่า

"ผมเปียกหมดแล้วครับ" โหยยยยยยย อยากจะเปียกกว่านี้ไม๊ล่ะ!

แล้วก็เริ่มเข้าสเต็ป ทักทายและสอบถามให้แน่ใจว่า คนที่มาด้วย เป็นแค่เพื่อนไม่ใช่แฟน แต่เสียงในร้านมันอึกทึกเกินไป ผมเลยชวนกันออกไปคุยหน้าร้านแทน แล้วผมก็ขอเบอร์โทรศัพท์ พร้อมกับนัดว่า

"พรุ่งนี้ไปตรอกข้าวสารกันไม๊ครับ"

แล้วเค้าก็ตอบตกลง เย่!

วันรุ่งขึ้น ผมกับเืพื่อนๆ และรุ่นน้องที่มหา'ลัย ก็แห่กันไปตรอกข้าวสาร แล้วก็ไปรอคู่เดทของผมที่หน้ากองสลาก ไม่รู้ทำไมมันตื่นเต้นพิลึก กลัวว่าเค้าจะไม่มา จนในที่สุด เค้าก็มา!!

เห็นตอนกลางคืนว่าน่ารักแล้ว เจอตอนกลางวัน ยิ่้งน่ารักเข้าไปอีก นับว่าสายตาของผมใช้ได้แฮะ อิอิ พวกรุ่นน้องพากันซี๊ดปาก แล้วบอกว่า พวกหนูน่าจะเกิดเป็นเกย์เน๊าะ (รุ่นน้องที่มาด้วยเป็นผู้หญิงหมดเลย) แล้วพวกเราก็ยกขบวนกันเข้าไปในข้าวสาร

ระหว่างทางโดนแป้งจนเละ ผมกับเค้าก็ผลัดกันเอาน้ำเปล่าช่วยกันล้างหน้า (โหยยยยย อะไรจะมีใจให้ท่ากันขนาดน๊าน) ตรงกลางๆซอย มีพระพุทธรูปถูกอัญเชิญมาให้สรงน้ำ ว่าแล้วผมก็ชวนเค้าไปสรงน้ำพระด้วยกัน ขันน้ำเดียวกัน ท่ามกลางสายตาของคนรอบๆที่มองเราแปลกๆ ทำให้ผมตั้งใจและอธิฐานไปว่า ขอให้ผมคบกับคนนี้ได้นานๆ แล้วผมจะเลิกเจ้าชู้ จะเลิกเสเพล

หลังจากละเลงแป้งกันจนหนำใจ ก็เตรียมตัวกลับ ผมถามเค้าว่า จะกลับบ้านเลยไม๊ ผมจะได้ไปส่ง (บ้านเค้าอยู่จรัญ ผมอยู่หลักสี่ ... ไปส่งไงวะ) แต่เค้าบอกว่าจะไปทำงานต่อ (ทำงานพิเศษเป็นฟร้อนท์อยู่ที่โรงแรมเล็กๆ แถวเจริญกรุง) แต่ถ้าตอนเช้าจะไปหาที่ทำงานแล้วกลับด้วยกันล่ะก็ได้ แน่นอน ผมไม่ปฏิเสธ (ถึงตอนนั้นจะไม่รู้ว่า เจริญกรุงมันอยู่ตรงไหนก็เถอะ)

คืนนั้น ผมโทรคุยกับเค้าเรื่อยๆ จนถึงเวลาที่ผมจะต้องออกไปหาเค้าที่โรงแรม (ใหม่ๆก็แบบนี้กันทั้งนั้นแหละ ใช่ม๊ะ) พอไปถึงโรงแรมผมก็รีบปรี่เข้าไปดูหน้าเค้าทันที ท่าทางอิดโรยพอสมควร เพราะเดินตากแดดมาทั้งวัน แล้วยังต้องมาทำงานกะกลางคืนจนถึงเช้าอีก พอเก็บของเสร็จ รอฟร้อนท์อีกคนมาเปลี่ยนเวร แล้วก็ได้เวลา ไปนอนที่บ้านเค้าแล้ว!!

พอถึงห้องนอนเค้า ผมก็เริ่มสำรวจคราวๆด้วยสายตา อ๊ะนั่นมัน!!! นั่นมันคือ... การ์ตูนเรื่องเซ็นต์เซย่า ฉบับไม่มีลิขสิทธิ์แบบครบเซ็ต ตั้งแต่ตอนแรกจนถึงตอนจบ!! ของหายากสุดๆในยุคนี้ ผมตรงเข้าไปคว้ามาอ่านทันที! ส่วนเค้าน่ะเหรอ ล้มตัวลงบนเตียงไปแล้ว ผมเลยไปนอนอ่านข้างๆ

แต่อ่านไปได้นิดเดียวก็ต้องวางซะก่อน เพราะคนที่นอนข้างๆ เล่นหอมแก้มกันดื้อๆ ผมก็เลยวางการ์ตูน แล้วหันไปเอาคืน อิอิ จากนั้นมันก็ค่อยๆทวีความรุนแรงขึ้น แต่ช้าก่อน! ผมตั้งใจไว้แล้วว่า คนนี้ ผมจะคบให้ได้นานที่สุึด ผมเลยเบรคตัวเอง แล้วบอกเค้าว่า อย่าพึ่งทำอะไรมากกว่านี้เลย ผมอยากคบกับเค้านานๆ ไม่อยากให้ครั้งแรกของเรามันเร็วไป (จริงๆในกระเป๋าตังอ่ะ พกถุงยางมาด้วย = =') อีกอย่างผมอยากให้เค้าพักผ่อนเพราะเค้าฝืนมาเกือบ 2 วันแล้ว

เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ที่ผมรู้สึกว่า การจูบมันให้ความรู้สึกดีและใจเต้นแรงมากขนาดนี้ และก็ยังไม่รู้สึกแบบนี้อีกเลยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผมให้เค้าพักผ่อนให้เต็มที่ (แต่บ่ายๆเค้ามีเรียนเทควนโดที่มหา'ลัย) โดยที่ผม ก็หลับอยู่ข้างๆเค้า เอาหัวเกยกัน แขนก่ายกัน และมือที่กุมกันไว้

พอบ่าย ก็ได้เวลาไปส่งเค้าที่มหา'ลัย เป็นครั้งแรกที่ผมเดินเค้าไปในสวนสุนันท์ (แล้วก็ไม่เคยเข้าไปอีกเลย) ที่นี่มันกว้างขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย ฝนก็ทำท่าจะตกซะด้วย เค้าพาผมไปทักทายเพื่อนๆ จนทำให้ผมรู้สึกว่า เค้าบอกกับเพื่อนๆว่าผมพิเศษสำหรับเค้า

ผมรอจนเค้าเรียนเสร็จ ไปส่งเค้าที่ปากซอยบ้านเค้า (ใช่จรัญ 23 ป่าวน้า น่าจะใช่ ถ้าความจำยังดีอยู่) แล้วผมถึงได้กลับบ้าน (หลักสี่) เป็นวันที่ผมรู้สึกว่า มีความสุขโคตรๆ

แต่อะไรที่ได้มาง่ายๆ มักจะเสียไปได้ง่ายๆเช่นกัน

ผมไปๆกลับๆ คอยรับคอยส่งเค้าอยู่อาทิตย์นึง แล้วก็เหมือนพระพุทธรูปองค์ที่ผมไปสรงน้ำ จะไม่ช่วยเหลือผมเลย ระหว่างที่เราสองคนนอนกันอยู่ (ไม่ได้ทำอะไรนา นอนเฉยๆ) เค้าก็มีคนโทรมาหา ผมไม่โง่ขนาดจะเดาอะไรไม่ได้ แค่ดูสีหน้ากับน้ำเสียงเค้าก็รู้แล้ว

หลังจากเค้าคุยโทรศัพท์เสร็จ เค้ก็เงียบไปครู่ใหญ่ ซึ่งก็ทำให้ผมรู้ตัวเลยว่า มันกำลังจะจบในไม่ช้านี้ ...

"เรามีเรื่องต้องคุยกันหน่อย" เค้าพูดขึ้นหลังจากเงียบไปนาน
"อือ...ผมพอเดาได้"
"เรามาคิดดูเรื่องเราสองคนแล้ว ว่าเราสองคนเป็นอะไรกัน" เฮ้อ ... ไม่ชอบเลยประโยคนี้
"...ว่า..."
"เราแค่หลงนายเฉยๆ เรา...ไม่ได้รักนาย" เปรี๊ยะ! เสียงเหมือนอะไรแตกอยู่ในหัว
"แต่..."
"ดีนะ ที่วันนั้น เราไม่ได้ทำอะไรกัน ไม่งั้นเราคงรู้สึกผิดกว่านี้" รู้งี้กูฟันซะตั้งแต่วันแรกก็ดี
"แฟนเก่าโทรมาขอคืนดีเหรอ"
"ใช่ ..."
"จะกลับไปคบกับเค้าเหรอ" ไม่น่าถามเล๊ย
"ใช่ ..."
"แล้วผมล่ะ" ถามไปก็ไม่เกิดประโยชน์เน๊าะ
"เราขอโทษ" โอ๊ยยย ไม่ได้อยากฟังคำนี้เลย

วันนี้เค้านัดเพื่อนเค้าไว้ที่ ICQ ซึ่งมันก็ใกล้บ้านผมพอดี ก็เลยนั่งรถไปด้วยกัน วันสุดท้ายที่เราได้เจอกัน ก่อนเค้าจะลง ผมถามเค้าว่า ผมจะรอเค้าได้ไม๊ แต่คำตอบคือ ให้ผมตัดใจจากเค้าดีกว่า

พอเค้าลงจากรถไป น้ำตาผมไหลออกมาไม่ยอมหยุด สวรรค์ให้โอกาสผมได้เจอกับเค้า ให้โอกาสเราได้คบกันเพียงเวลาสั้นๆ แล้วก็พรากเค้าไป ผมเจอเค้าที่ ICQ แล้วก็ลากับเค้าที่ ICQ สงสัยร้านนี้มันจะมีอาถรรพ์

แต่ผมเป็นคนพูดอะไรออกไป จำได้ทุกคำ และถ้าตั้งคำมั่นไว้ว่าจะรอ ผมก็จะยังรอต่อไป ทุกวันนี้ผมก็ยังคิดถึงเค้าอยู่ดี และจะดีมาก ถ้าเราำได้กลับมาคบกันอีก

แต่มันก็เป็นแค่ความว่างเปล่า เพราะผมไม่รู้จะติดต่อเค้าได้ยังไง ...

แต่เอ ... ผมก็ยังจำได้นี่นา ว่าบ้านเค้าอยู่ตรงไหน ... จะเป็นไรไม๊ ถ้าผมจะไปหาเค้าที่บ้าน ไปกดกริ่ง แล้วบอกเค้าว่า จำได้ไม๊ เราเคยคบกัน เรากลับมาคบกันอีกได้ไม๊ึครับ

ดูจะอุกอาจไปหน่อยเน๊อะ


พี~คุง
View full profile